รับสมัครแข่งขันเทนนิส THAI KIDS CUP CHALLENGE Circuit 2
ระหว่างวันที่ 2 - 4 เมษายน 2554
สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
รุ่นชายเดี่ยว 8, 10, 12, 14, 16,18 ปี
รุ่นหญิงเดี่ยว 10, 12, 14. 16 ปี
สมัครและดูรายละเอียดได้ที่ www.ppsportthai.com
E-mail: ppsportthai@yahoo.com
Fax: 02-3891791
ปิดรับสมัครวันที่ 29 มีนาคม 2554
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 086-5525551

แล้วพบกันค่ะ
ผู้อำนวยการแข่งขัน

INVITATION FOR JUNIOR TENNIS PLAYERS
THAI KIDS CUP CHALLENGE Circuit 2
DATE : 2 - 4 APRIL, 2011
VENUE : THAMMASART UNIVERSITY, RANGSIT, PHATUMTHANI
BOY'S SINGLE AND UNDER 8, 10, 12, 14, 16, 18 years old
GIRL'S SINGLE AND UNDER 10. 12, 14, 16 years old
ENTRY FORM AND INFORMATION: www.ppsportthai.com
E-mail: ppsportthai@yahoo.com
FAX. 02-3891791
ENTRY DEADLINE : 29 MARCH, 2011
INFORMATION TEL. 086-5525551

SEE YOU SOON
TOURNAMENT DIRECTOR
Credit: Forward mail

การแข่งขันเทนนิสเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ในจำนวนนี้ มี 4 รายการ เป็นการแข่งขันสำหรับนักเทนนิสรุ่นอายุ 14 ขึ้นไป ชิงเงินรางวัลรายการละ 200,000 บาท
และอีก 25 รายการ สำหรับนักเทนนิสเยาวชน รุ่นอายุ 8 10 12 14 16 และ 18 ปี ตามลำดับ
โปรแกรมการแข่งขัน
26-28 มี.ค. ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
2-4 เม.ย.54 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา และ จ.พิจิตร
2-6 เม.ย.54 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ
วันที่ 4-6 พ.ย.54 ที่สนามศรีชาพันธ์ จ.ขอนแก่น ,จ.ลำปาง และ จ.นครศรีธรรมราช
วันที่ 4-8 พ.ค.54 ที่ จ.ราชบุรี
วันที่ 4-6 ม.ย.54 ที่ จ.อุบลราชธานี ,จ.พิษณุโลก และ ที่ค่ายธนรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 4-5 มิ.ย. และ 11-13 มิ.ย.54 ที่ ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ
วันที่ 30 ก.ค.-1 ส.ค.54 ที่ สนามเทนนิสค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ,ที่ จ.เชียงใหม่ และที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
วันที่ 30-31 ก.ค. และ 6-8 ส.ค.54 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
วันที่ 1-3 ต.ค.54 ที่สนามศรีชาพันธ์ จ.ขอนแก่น ,ที่ จ.เพชรบูรณ์ และที่ จ.นครศรีธรรมราช
วันที่ 1-5 ต.ค.54 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ
วันที่ 29-31 ต.ค.54 ที่ จ.นครราชสีมา ,จ.น่าน และ จ.ภูเก็ต
วันที่ 29-30 ต.ค. และ 1-3 พ.ย.54 ที่ จ.จันทรบุรี
ปิดท้ายด้วยรอบมาสเตอร์ (แชมป์ชนแชมป์) ระหว่าง 3-7 ธ.ค.54 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ
สำหรับการสมัครแข่งขันสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของลอนเทนนิสสมาคมฯ www.ltat.or.th
ขอบคุณที่มาของเนื้อหา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 17 มี.ค.54 คอลัมน์ เรียงหน้าชน

ไม้เทนนิสแบบ Oversized ได้รับความนิยมในนักเล่นเมื่อปลายปี 1990s จนถึงปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับในหมู่นักเล่นว่าเป็นไม้ที่เหมาะสมกับผู้เล่นมือใหม่หรือผู้เริ่มต้นเล่นเทนนิส

ปัจจุบันมีไม้เทนนิส 3 ขนาดคือ midsize , midplus, และ oversize โดยไม้หน้า midsize racquets จะมีขนาด 90-95 square inches, ไม้ midplus racquetsใหญ่ขึ้นมาอีกนิด 95-105 square inches, และไม้ oversized ทุกชนิดที่ใหญ่กว่า 105 square inches ครับ

ข้อดีของไม้หน้าใหญ่คือขนาดของหน้าไม้ที่ใหญ่ เป็นจุดรวมศูนย์กลางของพลัง สามารถสร้างพลังในการกระทบลูกที่แรง โดยเฉพาะลูกตี ground strokes. ไม้ oversized racquet จะมีขนาดพื้นที่หน้าไม้ที่กว้าง จึงมีจุดกระทบหรือ sweet spot ที่กว้างกว่าไม้หน้ากลางและเล็ก ทำให้ลดความผิดพลาดในการตีโดยเฉพาะมือใหม่หรือผู้หัดเล่น นอกจากนั้นการหมุนหรือการสปินของลูกก็จะมีมากกว่าและทำได้ง่ายกว่าไม้หน้าเล็ก

ข้อเสียของไม้หน้าใหญ่คือ โดยทั่วไปแล้วการมีหน้าไม้ที่กว้างทำให้การตีบอลยากในการควบคุมทิศทาง สำหรับผู้เล่นมือใหม่หรือมือสมัครเล่นแล้ว การควบคุมบอลอาจจะไม่สำคัญเท่ากับผู้เล่นที่เล่นแบบแข่งขันหรือนักกีฬา ซึ่งการควบคุมบอลเป็นสิ่งสำคัญมากในการแข่งขันและชัยชนะ ยิ่งการขึ้นมาเล่นลูกวอลเล่ย์ที่หน้าเน็ตจะทำให้ขาดความคล่องตัวกว่าไม้หน้าเล็กมาก แม้ว่าไม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาไปมากก็ตาม รวมทั้งผู้เล่นที่ตีแบ็กแฮนด์มือเดียว จะพบว่าการเหวี่ยงไม้ในการตีทำได้ลำบากกว่าไม้หน้าเล็ก

ในการเล่นไม่ว่าผู้เล่นจะได้ประโยชน์จากไม้แบบ oversized หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและรูปแบบการเล่นของแต่ละคนเป็นสำคัญ ผู้เล่นที่ชอบตั้งรับหรือตีโต้ท้ายคอร์ต อาจจะชอบไม้หน้าใหญ่ในการพัฒนาเกมส์การเล่นของตนเอง ขณะที่ผู้เล่นแบบ เสิฟและขึ้นวอลเล่ย์หน้าเน็ต อาจจะพบว่าไม้หน้าใหญ่ดูไม่คล่องตัวและเหมาะสมกับการเล่นมากนัก เป็นต้น

สำหรับข้อแตกต่างสามารถสังเกตุได้จาก 2 นักเทนนิสระดับโลกในช่วงปี 1990s, ผู้ชนะเลิศ grand slam champion 14 รายการอย่าง Pete Sampras และแชมป์ grand slam 8 ครั้งอย่าง Andre Agassi. ซึ่งมีผลการแข่งขันที่น่าสนใจคือ Sampras ชนะ 20 ใน 34 การแข่งขันที่พบกับ Agassi.

โดยผู้เล่นอย่าง อังเดร อากัสซี ใช้ไม้แบบ oversized frame, ที่ขนาด 107 square inches. จัดเป็นสุดยอดของผู้เล่นท้ายคอร์ตในประวัติศาสตร์ของกีฬาเทนนิส โดยจะเข้าตีบอลแบบไรซิ่ง , การเงื้อไม้ที่สั้นๆ ทั้งสองด้านในการตี อาศัยหน้าไม้ขนาดใหญ่ แรงสะท้อนพิเศษช่วยให้การตีบอลแบบไรซิ่งบอลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรุนแรงแม้ว่าจะเงื้อไม้สั้นๆ ก็ตาม โดยเฉพาะการตีแบ็กแฮนด์สองมือของเขา ถือว่าสุดยอดในเกมส์เลยก็ว่าได้ ความสามารถในการเปลี่ยนทางบอลทั้งทางตรงและครอสทำได้อย่างยอดเยี่ยม

ดังนั้นอากัสซีเป็นที่รู้จักกันในสุดยอดของผู้เล่นท้ายคอร์ต มากกว่าการขึ้นเล่นหน้าเน็ต ไม้หน้าใหญ่จึงเป็นไม้ที่เหมาะกับรูปแบบการเล่นของเขา หากถูกบังคับให้ขึ้นมาเล่นหน้าเน็ต เขาก็จะพยายามจบคะแนนให้ได้เร็วที่สุด โดยการยิงวอลเลย์เสี่ยงไปที่มุมใดมุมหนึ่งอย่างรวดเร็ว

โดยอากัสซีจะอาศัยลูกเสิฟทีดีในการวางบอลเพื่อให้คู่ต่อสู้รีเทินกลับมาในตำแหน่งที่เขาสามารถคุมพื้นที่ในการยิงลูกวินเนอร์ที่หนักหน่วงและแม่นยำทั้ง FH/BH

รูปแบบการเล่นของตำนานอีกคนกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พีท แซมพราส ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นท้ายคอรตทีดีคนหนึ่ง แต่เขาได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นที่เสิฟและขึ้นวอลเลย์หน้าเน็ตได้ดีที่สุด เขาใช้ไม้หน้าเล็กขนาดหน้าไม้ 85 square inches ปัจจุบันหน้าเล็กที่สุดคือ 90 square inches (หน้าไม้ปัจจุบันที่ Roger Federer ใช้งานอยู่).

ผู้เล่นอย่างพีท ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดการเสิฟที่ไม่น่าเชือ รวมทั้งการวอลเลย์และการยิงโฟรแฮนด์ ด้วยไม้หน้าเล็กดังกล่าว การตีแบกแฮนด์มือเดียวของเขา ทำได้อย่างยอดเยี่ยม และเชือถือได้เสมอ ด้วยความที่ไม่อยากต่อกรกับการตีโต้ท้ายคอร์ตกับอากัสซี เขาจึงอาศัยการยิงลูก FH ที่แม่นยำและตามขึ้นหน้าเน็ตเพื่อจบคะแนนนั้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการ volley.

ด้วยขนาดของหน้าไม้ที่เล้ก ช่วยให้การตีแบ็กแฮนด์มือเดียวของเขา เป็นไปอย่างราบรื่น การควบคุมบอลได้อย่างเหลือเชือรวมทั้งการขึ้นวอลเล่ย์หน้าเน็ตที่แม่นยำ รวมทั้งพลังในการเสิฟและแม่นยำ

ภาพรวมจะเห็นว่า ไม้หน้าใหญ่ได้รับความนิยมในนักเล่นอย่าง อากัสซีและไมเคิล ซาง ในช่วงปี 1990s.และในการเล่นคู่เนื่องจากพลังในการตีและลูกสปินนั้นเอง ขณะที่ไม้หน้าเล็กจะเน้นที่ความแม่นยำและการควบคุมลูกเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเล่นของเราเป็นสำคัญ ไม้หน้าใหญ่เหมาะสำหรับผู้เล่นท้ายคอรต์ที่ตีแบ็กแฮนด์สองมือ แต่ผู้เล่นแบบหน้าเน็ตหรือแบบ เสิฟ-วอลเลย์ อาจจะชอบไม้หน้ากลางหรือหน้าเล็กที่มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวมากกว่านั้นเอง หรือผู้เล่นบางคนอาจจะชอบทั้งสองแบบผสมผสานกัน ก็อาจจะเลือกไม้หน้ากลางหรือ midplus frameซึ่งจะได้ทั้งพลังในการตี ลูกสปิน และการควบคุมบอลนั้นเอง

หากจะมองในมุมของงบประมาณแล้ว แน่นอนว่าไม้แบบ oversize racquets ต้องการการขึ้นเอ็นที่มากกว่าไม้หน้ากลางและเล็กตามลำดับ ในระยะยาวแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นเอ็นหรือเปลี่ยนเอ็นมากกว่าครับ

สรุป , อย่าสนใจข้อความและการสาธิต ที่ไม้เทนนิสแบบต่างๆ นำเสนอต่อคุณ แต่จงเล่นและใช้ไม้ที่เราเล่นแล้วเหมาะกับตัวเรามากที่สุด และเข้ากับรูปแบบการเล่นของเรามากที่สุด
ที่มา http://www.helium.com/items/1043897-pros-and-cons-of-oversized-tennis-racquets

อยากเปลี่ยนลูกตี FH นั้นให้ข้ามตาข่ายและลงลึกพอกดดันให้คู่ต่อสู้ลำบากในการรีเทินลูกกลับมา แมทซ์นั้นมันก็รายการเล็กๆ เองนะแต่ด้วยความที่อยากให็เขาถึงรองชิงชนะเลิศอีกครั้ง ก็อดเสียดายไม่ได้ หากว่าลูกมีความนิ่งและการฝึกฝนในการตีที่แน่นอนมากกว่านี้ ผมเองก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่มันก็อดไม่ได้ในฐานะของพ่อและเทรนเนอร์ของเขา คงต้องมองย้อนกลับมาที่รูปแบบและวิธีการฝึกที่ใช้กับลูกในปัจจุบันว่ามันถูกต้องหรือเหมาะสมในแนวทางการพัฒนาการเล่นของเขาอย่างไร ตอนนี้ก็กลับมาและฝึกทบทวนของเดิมและเพิ่มเติมเทคนิครูปแบบใหม่ๆ ให้เขาอยู่ครับ แต่ก็แบบค่อยเป็นค่อยไปนะครับ ไม่ใช่ก้าวกระโดดแต่อย่างใดเรียกว่าต้องอาศัยเวลา โดยเสริมเข้ามาในเรื่องของจิตใจ ความสัมพันธ์ของร่างกาย การยืดหยุ่นร่างกาย ความอดทน และสำคัญคือโภชนาการ ที่ดูว่าผมยังห่างไกลกับชัยชนะอยู่หลายก้าวทีเดียว หากจะถามว่าเคยท้อไหม ตอบได้เลยว่ายังไม่เคย เพราะความเชือมั่นในพลังคิดบวกของตัวเองครับ ว่าสักวันสิ่งที่ลงแรงกาย+ใจ และเงิน+ทอง ไปจะไม่สูญเปล่าแน่นอนครับ
Keep walking !

เชื่อว่าผู้ปกครองนักเทนนิสมือใหม่หลายคน คงต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการเลือกซื้อไม้เทนนิสให้ลูก ในการเริ่มเล่นเทนนิส จากประสบการณ์ตรงของผมเอง ที่ผ่านมา เริ่มจากการหาซื้อจากห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เป็นของยี่ห้อ Yonex บ้าง Wilson บ้าง แต่ไม้เทนนิสเหล่านี้ส่วนมากแล้วผมรู้สึกว่า เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการเล่นเพื่อออกกำลังกาย หรือเป็นงานอดิเรกเท่านั้น หากต้องการซื้อหาไม้สำหรับลูกฝึกหัด เพื่อการแข่งขันแล้วละก็ ผมขอแนะนำให้ลองไปเดินดูตามร้านขายอุปกรณ์กีฬาเทนนิสโดยตรง หรือว่าลองไปดูที่สนามแข่งขันต่างๆ จะมีการออก Boot หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์ ไม้ รองเท้า บอล เสื้อผ้า เฉพาะในการเล่นเทนนิส ซึ่งจะต้องวัตถุประสงค์มากที่สุด สำหรับสถานที่แข่งขันในกรุงเทพ ฯ เท่าที่ผมเคยพาลูกไปแข่งก็จะมี ที่สนามเทนนิส แถวๆ ลาดกระบัง ปิรามิด เทนนิส ที่จะมีร้านอุปกรณ์กีฬาจำหน่าย สนามเทนนิส Sport and Spa แถวถนนรามคำแหง 101 มีนบุรี เวลามีแมทซ์การแข่งขันนะครับ สามารถดูวันเวลาที่มีการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ของ Magazine junior ครับ หรือใครอยู่แถว สนามเทนนิส กระแสร์เทนนิสแคมป์ ช่วงมีการแข่งขันเช่นกันนะครับ ดูวันเวลาการแข่งขันที่ได้ที่เว็บไซต์ของกระแสร์เทนนิสครับ และอีกที่คือ สนามเทนนิสเมืองทองธานี ปกติจะมีร้านจำหน่ายอุปกรณ์เทนนิสขายแทบทุกชนิดครับ
สำหรับหลักการพิจารณาเลือกไม้เทนนิส มีข้อพิจารณาหลักๆ ดังนี้
ยี่ห้อหรือแบนด์ ขึ้นอยู่กับความชอบ อิทธิพลของพรีเซ็นเตอร์ ความเชื่อ ฯลฯ
เช่น Wilson,Yonex ,Head,Dunlop ,Prince ,Babolat ,เป็นต้น เอาเป็นว่าชอบยี่ห้ออะไรก็เลือกได้เลยครับ ไม่มีข้อพิจารณามากในเรื่องของยี่ห้อ
ขนาดของกริพ ต้องเลือกให้เหมาะและกระชับกับมือของเด็ก อย่าให้เล็กหรือใหญ่เกินไป ก็ต้องลองละครับ ให้เอาลูกไปด้วย ให้เขาลองจับทดสอบดูเลยครับ
กริปมี 3 ขนาด
กริปขนาดเล็ก 4 1/4 นิ้ว
กริปขนาดกลาง 4 3/8 นิ้ว
กริปขนาดใหญ่ 4 นิ้ว
การเลือกความยาวของไม้ ความยาวมาตรฐานของไม้เทนนิสคือ 27"
Junior ขนาดความยาว 25" สำหรับเด็กอายุ 7-10 ปี
Cadet ขนาดความยาว 23" สำหรับเด็กอายุ 5-8 ปี
Mini ขนาดความยาว 21" สำหรับเด็กอายุ 4-6 ปี
น้ำหนักของไม้ ไม่ควรจะหนักเกินไปสำหรับเด็ก ไม่งั้นตอนแรกก็ตีดีๆ พอท้ายๆ ตีเสียหมด เพราะคุมหน้าไม้ไม่ได้ ไม้มันหนักนั้นเอง น้ำหนักที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 275 g สำหรับเด็กเล็กอายุ 7-8 ขวบ ปัจจัยนี้อาจแตกต่างที่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเด็กแต่ละคน
ขนาดของหน้าไม้ (Frame)
หน้าไม้ หรือเฟรมมีขนาดตั้งแต่ 95-120 ตร-นิ้วขนาด 90-95 ตร-นิ้ว Mid Size (ขนาดหน้าไม้เล็ก) ผู้เล่นจะต้องมีความชำนาญ ในการเล่นเพราะหน้าไม้เล็ก จะต้องสามารถควบคุมลูกให้กระทบกับหน้าไม้ โดยแม่น-ยำ ขนาด 110-120 ตร-นิ้ว Oversize (หน้าไม้ใหญ่) จะมีพื้นที่กว้าง โอกาสที่ลูกเทนนิสจะกระทบ หน้าไม้จะมีมากกว่า
สำหรับข้อนี้ หลายตำราครับที่ผมได้ยินและเห็นมาในการพาลูกไปแข่งขันเทนนิส บางคนก็ให้ลูกใช้ไม้แบบหน้าใหญ่หรือ Over sized ซึ่งจะเบาใช้แรงในการตีน้อย แต่บางคนก็ใช้หน้าไม้แบบปกติธรรมดา ซึ่งต้องการความแม่นยำในการตีมากกว่า แต่จะมีความเร็วของบอลมากกว่า สำหรับลูกผมใช้แบบปกติ กะว่าให้ชินกับหน้าไม้แบบปกติไปเลยครับ

รายการ PP SPORT JR.
สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ปทุมธาีนี
วันที่ 6 มี.ค.54
เริ่มจากน้อง แฮกเกอร์ วันนี้ แผลที่เข่าหายเกือบสนิท แต่รองเท้าพื้นมันหมดไปหน่อย ได้รับการวางมือ 2 ของรายการ แข่งเช้ารอบแรกประมาณ 1000 โมง อากาศร้อนมาก แดดจัดจริงๆ พบกับ ด.ช.ธีระเมธ ฉิมอ้อย ผลการแข่งขัน ดูว่าลูกมีความเร็วและการเคลื่อนที่เข้าหาบอลที่ดีกว่า ทำให้เอาชนะไปได้ 2-0 เซต 4-1,4-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ พบกับมือ 10 รุ่น 8 ปี ด.ช.วิทวินธ์ บัวสด จาก พังงา ผลการแข่งขัน ลูกแพ้ 0-2 เซต 0-4,1-4 สมาธิและความนิ่งในเกมส์เป็นปัจจัยหลักๆที่มองเห็น เลยทำให้พ่ายขาดอย่างที่เห็น คงต้องกลับมาปรับกันต่อไป อดเข้าชิงชนะเลิศเลยครับ เสียดายนิดๆ แต่ได้เห็นพัฒนาการและความพยายามในการสู้ลูก GS ของลูกแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า OK ครับ ....
รุ่น 10 ปีหญิง วันนี้แบ่งสายรอบ 16 พบกับ ด.ญ.วริศรา ลี จาก ปทุมธานี สภาพอากาศร้อนมากๆ เป็นเกมส์ที่ลูกไม่ค่อบชอบการเล่นในสภาพอากาศร้อนๆ แบบนี้ เพราะเคยอาเจียรและปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ (สงสัยซ้อมกลางแดดน้อยไปหน่อย ) ดูว่าการเคลื่อนที่และสมาธิเป็นปัญหาของลูกในการเล่น ขยับตัวช้าครึ่งก้าวตลอด เข้าไม่ค่อยจะถึงบอลเท่าไร และปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจก็คือเกมส์ serve ที่ยังขาดความสัมพันธ์กัน แต่ไม่เป็นไร ลูก serve มันยากอยู่แล้ว คงต้องค่อยๆกลับมาปรับและฝึกทบทวนบ่อยๆ เชื่อว่าลูกคงก้าวผ่านไปได้ ผลแพ้ 2 เซตรวด 4-5,2-4 ตกรอบ 16 คนสนิทจริงๆ
ของฝากไข่เค็มดินสอพองลพบุรี ให้แม่น้องแอนนาและแม่น้องเนย ให้ไปแล้ว ขอบคุณน้ำใจพ่อน้องแอนนาที่ชวนลูกไปร่วมฝึกซ้อมกับแอนนาช่วงปิดเทอม 2-3 วัน บอกว่าเอาไปฝากไว้ได้ คงต้องขอพิจารณาดูก่อนครับ เอาไว้ยังงัยจะติดต่อไปนะครับ